การลาออกครั้งสุดท้าย – The Last Resignment

หลังจากที่ใช้ชีวิตเป็นมนุษย์เงินเดือนมาได้ 6 ปี นับตั้งแต่เรียนจบจากมหาลัย ตอนนี้เลยออกมาทำงานฟรีแลนซ์อย่างที่ฝันมานานเสียที และก็ทำใจเอาไว้แล้วว่ารายได้อาจจะไม่มั่นคงเหมือนที่ทำงานประจำ แต่ใจมันก็ยังโหยหาอิสระภาพอยู่ดี

หลังจากที่เตรียมตัวมาหลายปีกับการที่จะลาออกจากชีวิตมนุษย์เงินเดือนยนั้น ทั้งเรื่องรีบใช้หนี้ผ่อนรถให้ที่บ้าน ทั้งจัดการหนี้ส่วนตัว เรื่องหาที่อยู่ที่สามารถทำงานได้สะดวกไม่ว่าจะเป็นเรื่องไฟฟ้าหรือเรื่องอินเตอร์เน็ต เพราะก่อนหน้านี้อยู่หอพักค่าไฟฟ้าแต่ละเดือนแพงมาก แถมยังขอ ADSL มาใช้ส่วนตัวไม่ได้อีก จึงตัดสินใจซื้อคอนโดในที่สุด เรียกได้ว่าได้เงินมาแทบจะเก็บเข้าบัญชีทุกบาททุกสตางค์ก็ว่าได้

การลาออกครั้งสุดท้าย THE LAST RESIGNMENT

สมัยที่คิดอยากจะออกมาทำงานฟรีแลนซ์นั้นเป็นช่วงที่หนังสือ “การลาออกครั้งสุดท้าย The Last Resignment” ของคุณใบพัด ภาณุมาศ ออกพอดีเลยรู้สึกชอบหนังสือเล่มนี้มาก แค่เห็นชื่อหนังสือก็รีบซื้อโดยไม่ลังเล

หนังสือได้เล่าถึงมนุษย์เงินเดือนคนหนึ่งที่เบื่อหน่ายกับการทำงานประจำก็เลยวางแผนที่จะออกมาเป็นผู้ว่างงานโดยการเก็บเงินให้ได้เยอะที่สุด แต่เนื้อหาดันมาหักมุมเอาตอนสุดท้ายตอนที่เขาลาออกมาเป็นผู้ว่างงานได้แล้วแต่กลับไม่ได้มีความสุขกับเวลาว่างที่ได้ในแต่ละวัน สุดท้ายเขาก็กลับมามองเห็นความสำคัญของการทำงานอีกครั้ง เลยผันตัวเองไปเป็นนักเขียนแทน

กลับมาคิดถึงเรื่องของตัวเองสมัยก่อนช่วงที่วางแผนนั้น ไม่ได้อยากจะออกมาเป็นคนว่างงานแบบเรื่องราวในหนังสือ แต่อยากออกมาทำงานด้านเว็บไซต์ ทั้งๆ ที่ตอนเป็นโปรแกรมเมอร์โรงงานนั้นไม่ได้ทำอะไรเกี่ยวกับเรื่องเว็บไซต์เลย เป็นงานที่จัดการเรื่อง Database กับ Win App ล้วนๆ ก็เลยมาหัดทำตั้งแต่สมัยเริ่มทำงานประจำช่วงแรก ศึกษาเอาเองตั้งแต่ยังไม่รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับเว็บไซต์เลย ตั้งแต่จดโดเมนยังไง โฮสติ้งคืออะไร เว็บไซต์หน้าตาสวยเขาทำกันยังไง ศึกษาพวก CMS ทั้งหลาย ทั้ง Drupal และ WordPress ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เก่งอะไรมากนัก แค่พอเอามาใช้งานได้แค่นั้นเอง

ตอนนี้ก็เลยมารับงานด้านทำเว็บไซต์ให้กับบริษัททั่วไปที่ไม่ได้มีฝ่ายไอทีหรือโปรแกรมเมอร์ของบริษัท โดยอาศัยสร้างเว็บไซต์จาก WordPress เป็นหลัก ที่เจอมาหลายครั้งก็คือบริษัทเหล่านี้ไม่ได้ต้องการคนที่เก่งอะไรมากนัก ขอแค่คุยงานกับเขารู้เรืองแค่นั้นเอง ก็เลยพบว่ายังพอเอาตัวรอดในช่องทางที่เลือกนี้ได้

หลายๆ คนมักจะคิดว่าการทำงานอิสระนั้นสบาย จะทำเวลาไหนก็ได้ จะพักเวลาไหนก็ได้ แต่ความจริงมันกลับไม่ได้เป็นแบบนั้น ด้วยเวลาที่ถูกเร่งเรืองการส่งงาน การทำทุกอย่างด้วยตัวคนเดียว ไหนจะเรื่องการคิดค่าใช้จ่าย การคุยกับลูกค้า การทำการตลาดให้ตัวเอง ไหนจะเรื่องปิดงานอีก เรื่องพวกจักจะทำให้โปรแกรมเมอร์หลายคนบ่นกันเพราะแค่เขียนโค้ดก็ปวดหัวมาพอแล้ว แต่สุดท้ายก็ไม่มีทางเลือกต้องทำมันทั้งหมดอยู่ดี

ตอนนี้สามารถทำงานได้แบบเต็มที่ ไม่ต้องทนกับปัญหารถติดและเสียเวลาอยู่บนถนนตอนเช้า-เย็นเหมือนแต่ก่อนแล้ว เพราะระหว่างเตียงนอนกับโต๊ะทำงานอยู่ห่างกันแค่ 1 เมตรแค่นั้นเอง :)

ตอนทำงานประจำ เข้างาน 7:45 น. เลิกงาน 17:15 น. แต่พอมาทำงานส่วนตัวต้องงาน 7 โมงเช้า และเลิกงานตอนเที่ยงคืน แถมยังอู้ไม่ได้อีก ไปเกรียนส์ใส่ลูกค้าก็ไม่ได้อีก แต่ถึงยังไงมันก็มีความสุขกว่าเดิมล่ะน่า

รีวิวคอนโด ศุภาลัย ปาร์ค ศรีนครินทร์

เนื่องจากว่าเดือนที่แล้วได้เข้าไปดู คอนโด ศุภาลัย ปาร์ค ศรีนครินทร์ แล้วก็ถ่ายรูปเก็บเอาไว้แต่ไม่ว่างโพสซักที วันนี้ไปเจอรูปอยู่ในกล้องพอดีก็เลยเอามาโพสต์ไว้ที่นี่ก่อนที่จะลืมอีก

คอนโด ศุภาลัย ปาร์ค ศรีนครินทร์ ตั้งอยู่ถนนศรีนครินทร์ อยู่ฝั่งตรงกันข้ามกับโรงแรม Novotel แถมยังอยู่ติดกับทางด่วนอีกซึ่งถ้าใช้รถส่วนตัวถือไว้ว่าสะดวกมาก แถมในระยะใกล้นี้จะมีรถไฟฟ้าผ่านหน้าคอนโดด้วยทำให้การเดินทางสะดวกขึ้นมาก แถมยังใกล้กับ GPM Auto Group ที่ช่วยงานเขาอยู่ด้วย

หลังจากที่เข้าไปปุ๊ปก็ติดต่อฝ่ายขายเพื่อเข้าไปดูห้องตัวอย่างทันที ดูรายละเอียดจากในรูปเอาเน้อ

ศุภาลัย ปาร์ค ศรีนครินทร์ - Supalai Park Srinakarin

More

วิธีแก้ปัญหาเมื่อ Facebook การลดการแสดงโพสต์จากเพจน้อยลง

นับเป็นข่าวร้ายของคนที่ทำการตลาดด้วย Facebook Page เมื่อเฮียมาร์คออกมาประกาศว่าได้ปรับลดการแสดงข้อความจากเพจน้อยลงเหลือแค่ 1-2% นับว่าสร้างปัญหาเป็นอย่างมาก เพราะว่าเป็นการบีบให้แอดมินเพจต้องทำงานหนักมากขึ้น ต้องมาปรับเนื้อหาที่จะโพสต์ให้น่าสนใจมากขึ้น แต่ถึงจะปรับยังไง ยอด Reach ก็ยังลดลงกว่าเมื่อก่อนไปอย่างมาก

แต่สำหรับแบรนด์ต่างๆ ที่ทำสินค้าเฉพาะทางล่ะ มันยากมากที่จะสร้างเนื้อหาที่จะโพสต์ให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้า สุดท้ายก็ต้องยอมจ่ายโฆษณาเพื่อให้ลูกค้าเขาเข้าถึงสินค้าของเรา (เรียบร้อยโรงเรียนเฟสบุ๊ค) ว่าแต่การจ่ายโฆษณาบน Facebook แบบไหนคุ้มค่าที่สุดล่ะ

จากที่ได้ลองทำโฆษณาให้กับบริษัททำเสาเข็ม ภูมิสยามไมโครไพล์ เพราะว่าดูแลเว็บไซต์ให้เขาอยู่ก็สรุปได้ดังนี้

แบบแรก Boots Post หลังจากที่ลองจ่ายไป 200 บาท ก็ได้รายละเอียดตามรูปข้างล่างนี้ มีคนเห็นโพสต์ของเรา 9,528 คน และมีแฟนเพจเพิ่มขึ้น 253 คน

Boots Post More

วิธีแกะเครื่อง Nexus 4 หลังจากที่ทำตกน้ำ

หลังจากที่ทำ Nexus 4 ร่วงลงอ่างล้างหน้าและนำมาดูความชื้นออกโดยใส่ไว้ในถังข้าวสาร ทิ้งเอาไว้ 2 วัน ปรากฎว่าเครื่องก็ยังเปิดไม่ติด จะส่งเข้าร้านซ่อมก็คงเสียชื่อที่เรียนจบทางด้านอิเล็กทรอนิกส์มาหมด สุดท้ายตัดสินใจรื้อเครื่องออกมาเช็คเองซึ่งต้องใช้ไขควง T5 Torx เลยไปเดินหาซื้อที่ร้านนัฐพงษ์ ในเซียร์รังสิต ได้มาราคา 24 บาท แต่ขากลับคอนโดดันไม่มีรถตู้สุดท้ายนั่งแท๊กซี่กลับ โดนค่าแท๊กซี่ไป 160 บาท T_T

Nexus 4

เมื่อกลับมาถึงคอนโด ก็เริ่มแกะเครื่อง โดยใช้อุปกรณ์ตามรูปด้านบนนี้

  1. ไขควง T5 Torx ใช้ขันน็อต 2 ตัวด้านล่างของเครื่อง
  2. ไขควงแฉกเล็ก ใช้ขันสกรูภายในตัวเครื่อง
  3. ปิ๊กกีตาร์แบบบาง ใช้สำหรับแกะฝาหลังออก
  4. ปิ๊กกีตาร์แบบหนา ใช้สำหรับงัดแบตเตอรี่ออก

More

Nexus 4 ตกน้ำแล้วจ้า

โดยปกติแล้วจะเป็นเราจะเป็นคนที่ใช้โทรศัพท์อย่างระมัดระวังอยู่แล้ว ไม่ค่อยทำโทรศัพท์ร่วงซักเท่าไหร่ แต่วันนี้ดันซวยเพราะเอา Nexus 4 ตัวเก่งมาใส่ไว้กระเป๋าเสื้อ ทีนี้พอจะล้างหน้ามือถือเจ้ากรรมดันร่วงลงอ่างล้างหน้าซะงั้น ตอนที่เห็นมันร่วงลงไปนั้นใจตกวูบเลยทีเดียว พอตั้งสติได้ก็รีบปิดเครื่องแล้วเช็ดให้แห้ง ทิ้งไว้ชั่วโมงเดียวจู่ๆ เครื่องก็ร้อนขึ้นมาเอง ตอนนี้เลยไม่กล้าเปิดเครื่อง

พอกลับถึงคอนโดมาค้นดูถุงข้าวสารพบว่ายังมีอยู่ แต่ทิ้งไว้เป็นปีแล้วมอดเลยขึ้นอย่างที่เห็น T_T ตอนนี้เลยเอายัดใส่ถุงข้าวสารไว้ก่อนเพื่อดูดเอาความชื้นออก หวังว่าพอดูดความชื้นออกหมดแล้ว มอดคงไม่เข้าไปอยู่ข้างในแทนนะ

ค้นในเน็ตดูพบว่าส่วนใหญ่จะทิ้งไว้ประมาณ 2-3 วัน แล้วค่อยเปิดเครื่อง เอาล่ะจงอยู่ในถุงข้าวสารไปก่อนละกัน อีก 2 วันเจอกันใหม่ สวัสดี

Nexus 4 dropped in water

วิธีแก้ปัญหา Lightroom บน Windows แสดงสีเพี้ยน

เนื่องจากว่าเดือนที่แล้วได้ทุบกระปุกเอาเงินไปสมัครใช้บริการ Adobe Creative Cloud ซึ่งเป็นคิดค่า License แบบใหม่ของทาง Adobe เอง โดยเปลี่ยนมาเป็นเช่าซื้อรายเดือนแทน แบบที่สมัครไปจ่ายเดือนละ 300 บาท ได้ใช้ทั้ง Photoshop CC และ Lightroom 5 ตัวล่าสุด ซึ่งถ้าเอามาใช้แบบจริงจังก็ถือว่าคุ้มมาก

ไหนๆ ก็จ่ายตังค์ไปแล้ว ก็เลยเอามาติดตั้งทั้งบน MacBook Air และพีซีที่เป็น Windows 8 แต่แล้วก็เจอปัญหาเข้าจนได้ เพราะบน Windows 8 นั้น Lightroom แสดงสีออกมาเพี้ยน ดูได้จากรูปข้างล่างนี้รูปจริงสีจะเป็นตามแบบที่แสดงบน Picasa

Lightroom on Windows 8

More

ยิ่งทำงานเยอะขึ้น แต่กลับรู้สึกโง่ยิ่งกว่าเดิม

เคยเขียนสิ่งที่จะทำในปีนี้เอาไว้ที่ หลังจากที่ผ่านไป 3 เดือนก็พบว่ามันไม่ได้เหมาะกับตัวเองเลยเพราะว่ามันไม่ใช่ธุรกิจที่ตัวเองถนัดซักเท่าไหร่ แถมยังไม่อินกับมันด้วย เพราะเป็นเรื่องทางเทคนิคเชิงลึกที่เราไม่สามารถเข้าไปคุยกับกลุ่มคนที่เขาสนใจเรื่องพวกนี้ได้เลย สิ่งที่เราถนัดกลับเป็นสินค้าตลาดคอนซูเมอร์อย่างเบาะหนังรถยนต์มากกว่า ไม่ต้องไปโปรโมทอะไรมากนัก ลูกค้าเป็นฝ่ายเข้ามาหาเอง แถมความเครียดและความกดดันก็ต่างกันเยอะด้วย

ที่น่าเจ็บใจที่สุดอีกอย่างหนึ่งก็คือ การปล่อยให้เงินมามีบทบาทในชีวิตมากเกินไป เพราะคนรอบตัวก็เอาแต่พูดกรอกหูว่าต้องมีเงินเยอะๆ สิถึงจะดี จนสุดท้ายต้องไปรับงานฟรีแลนซ์มาทำตั้งแต่เลิกงานจนดึกๆ ดื่นๆ สุดท้ายมีเวลานอนวันนึงแค่ 4 ชั่วโมง ทั้งๆ ที่เราไม่เคยสนใจเงินพวกนั้นเลยด้วยซ้ำ

เรื่องนอนน้อยไม่ค่อยเป็นปัญหาเท่าไหร่เพราะอาศัยไปนอนต่อบนรถรับส่งของบริษัทแทน แต่ที่มีปัญหาก็คือเวลาที่จะเอามาศึกษาหาความรู้เพื่อพัฒนาตัวเองมันไม่เหลือเลย เพราะมัวแต่ไปเดินตามเป้าหมายของคนอื่น ขนาดที่ว่าหนังสือที่ซื้อมาไว้เป็นปีก็ยังอ่านไม่จบ เวลาจะโทรกลับไปหาแม่ก็แทบไม่มี แถมค่าห้องฟิตเนส ค่าสระว่ายน้ำที่คอนโด ที่ต้องจ่ายไปแต่ละเดือนก็ยังไม่มีเวลาเข้าไปใช้เลย T_T

Workspace

ตอนนี้กลับกลายเป็นว่าเบื่อไปทุกอย่าง กลับมาที่คอนโดก็แทบไม่อยากจะแตะคอมพิวเตอร์เลย ซึ่งความรู้สึกนี้เกิดขึ้นมาสักพักหนึ่งแล้ว เนื่องจากว่าเพราะรับงานฟรีแลนซ์มาทำช่วงกลางคืนหลังเลิกงานมากไป ทั้งทำเว็บไซต์ อัพเดทข้อมูล แถมสโคปของงานกลับมันไม่มีสิ้นสุดเพราะต้องคอยอัพเดทเนื้อหา คอยทำ SEO ให้เพื่อไม่ให้คีย์เวิร์ดตกอันดับ ทั้งๆ ที่เราไม่ใช่คนที่ชอบทำอะไรพวกนี้เลย เรามีความเชื่อว่า Content is the King เพราะต่อให้เราไม่ทำ SEO แต่ถ้าเว็บที่ทำนั้นเนื้อหามีประโยชน์ คนก็จะเข้ามาอ่านเอง เหมือนเว็บที่ทำขึ้นมาเล่นๆ อย่าง ChinaMania

สุดท้ายเลยยกเลิกงานด้าน SEO ไป คอยดูแลเว็บไซต์อย่างเดียว เพื่อจะได้มีเวลามาทำสิ่งที่อยากจะทำจริงๆ เสียที

สิ่งที่จะทำต่อจากนี้

  • พยามดัน Product ของตัวเองออกมาให้เร็วที่สุด (จะเป็นอะไรขออุบไว้ก่อน)
  • ถ้าต้องรับงาน Freelance จะโฟกัสกับงานที่ทำมากขึ้น ไม่รับงานแบบจับฉ่ายแบบที่ผ่านมาอีกแล้ว
  • เลือกงานที่กำหนดเอาไว้ชัดเจนว่าแบบไหนถึงเรียกว่าทำงานเสร็จแล้ว
  • พยายามสร้างเงินจากโปรดักส์ของตนเอง ไม่ใช่ต้องไปรับงานโปรเจกต์คนอื่นเพื่อเอาเงินมาหมุน สุดท้ายเลยเสียเวลาไปกับเป้าหมายของคนอื่น แทนที่จะเป็นเป้าหมายของตนเอง
  • ไม่ยืมมือคนอื่นมาใช้เหมือนที่แล้วมา เพราะเฟลไปรอบหนึ่ง จะทำเฉพาะในสิ่งที่เราทำเองได้เท่านั้น
  • ไม่สร้างหนี้เพิ่มไปมากกว่านี้ จะไม่ปล่อยให้เงินเข้ามามีบทบาทกับชีวิตมากมายเหมือนตอนนี้

Goodbye 9 Dragon and Cambodia

เนื่องจากว่าใช้ชีวิตอยู่ที่กัมพูชาได้ 2 อาทิตย์แล้ว โดยพักอยู่ที่โรงแรม 9 Dragon Hotel & Restaurant  ในกรุงพนมเปญ และเนื่องจากวันนี้เป็นวันสุดท้ายแล้วที่จะพักอยู่ที่นี่เพราะถึงกำหนดที่ต้องกลับเมืองไทยแล้ว ก็เลยขอเขียนรีวิวที่นี่เก็บเอาไว้ที่บล็อกนี้ไว้ด้วยละกัน

9 Dragon Hotel & Restaurant More

สะพานข้ามแม่น้ำแคว เส้นทางรถไฟสายมรณะ

เนื่องจากว่าต้องเข้าไปถ่ายรูปงานตอกเสาเข็มที่ โรงแรมริเวอร์แคว วิลเลจ จ.กาญจนบุรี ขากลับก็เลยแวะเที่ยวที่สะพานข้ามแม่น้ำแคว (The Bridge of the River Kwai) อันเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์เพราะว่าสร้างในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยกองทัพญี่ปุ่น ดังนั้นสะพานแห่งนี้จึงเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางรถไฟสายมรณะด้วย

สะพานข้ามแม่น้ำแคว ตั้งอยู่ที่ ถนนแควใหญ่ ตำบลท่ามะขาม อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี

สะพานแควใหญ่ – River Kwai Bridge

More

โรงแรมริเวอร์แคว วิลเลจ (River Kwai Village Hotel) จังหวัดกาญจนบุรี

เนื่องจากว่ามีลูกค้าจ้างให้ทำเว็บไซต์พร้อมกับดูแลเนื้อหาทั้งหมอของเว็บไซต์ รอบนี้เป็นงานตอกเสาเข็มไมโครไพล์ที่ โรงแรมริเวอร์แคว วิลเลจ จังหวัดกาญจนบุรี และเนื่องจากยังไม่เคยไปเที่ยวที่กาญจนบุรี เลยถือโอกาสนั่งรถไปถ่ายรูปที่หน้างานซะเลย

ไหนๆ ก็ไปถึงที่แล้ว บล็อกนี้เลยขอเขียนเกี่ยวกับโรงแรมริเวอร์แคว วิลเลจ แห่งนี้ซะหน่อย เน้นรูปบรรยากาศเป็นหลัก

ปากทางเข้าโรงแรมริเวอร์แคว วิลเลจ

More