ยิ่งทำงานเยอะขึ้น แต่กลับรู้สึกโง่ยิ่งกว่าเดิม

เคยเขียนสิ่งที่จะทำในปีนี้เอาไว้ที่ หลังจากที่ผ่านไป 3 เดือนก็พบว่ามันไม่ได้เหมาะกับตัวเองเลยเพราะว่ามันไม่ใช่ธุรกิจที่ตัวเองถนัดซักเท่าไหร่ แถมยังไม่อินกับมันด้วย เพราะเป็นเรื่องทางเทคนิคเชิงลึกที่เราไม่สามารถเข้าไปคุยกับกลุ่มคนที่เขาสนใจเรื่องพวกนี้ได้เลย สิ่งที่เราถนัดกลับเป็นสินค้าตลาดคอนซูเมอร์อย่างเบาะหนังรถยนต์มากกว่า ไม่ต้องไปโปรโมทอะไรมากนัก ลูกค้าเป็นฝ่ายเข้ามาหาเอง แถมความเครียดและความกดดันก็ต่างกันเยอะด้วย

ที่น่าเจ็บใจที่สุดอีกอย่างหนึ่งก็คือ การปล่อยให้เงินมามีบทบาทในชีวิตมากเกินไป เพราะคนรอบตัวก็เอาแต่พูดกรอกหูว่าต้องมีเงินเยอะๆ สิถึงจะดี จนสุดท้ายต้องไปรับงานฟรีแลนซ์มาทำตั้งแต่เลิกงานจนดึกๆ ดื่นๆ สุดท้ายมีเวลานอนวันนึงแค่ 4 ชั่วโมง ทั้งๆ ที่เราไม่เคยสนใจเงินพวกนั้นเลยด้วยซ้ำ

เรื่องนอนน้อยไม่ค่อยเป็นปัญหาเท่าไหร่เพราะอาศัยไปนอนต่อบนรถรับส่งของบริษัทแทน แต่ที่มีปัญหาก็คือเวลาที่จะเอามาศึกษาหาความรู้เพื่อพัฒนาตัวเองมันไม่เหลือเลย เพราะมัวแต่ไปเดินตามเป้าหมายของคนอื่น ขนาดที่ว่าหนังสือที่ซื้อมาไว้เป็นปีก็ยังอ่านไม่จบ เวลาจะโทรกลับไปหาแม่ก็แทบไม่มี แถมค่าห้องฟิตเนส ค่าสระว่ายน้ำที่คอนโด ที่ต้องจ่ายไปแต่ละเดือนก็ยังไม่มีเวลาเข้าไปใช้เลย T_T

Workspace

ตอนนี้กลับกลายเป็นว่าเบื่อไปทุกอย่าง กลับมาที่คอนโดก็แทบไม่อยากจะแตะคอมพิวเตอร์เลย ซึ่งความรู้สึกนี้เกิดขึ้นมาสักพักหนึ่งแล้ว เนื่องจากว่าเพราะรับงานฟรีแลนซ์มาทำช่วงกลางคืนหลังเลิกงานมากไป ทั้งทำเว็บไซต์ อัพเดทข้อมูล แถมสโคปของงานกลับมันไม่มีสิ้นสุดเพราะต้องคอยอัพเดทเนื้อหา คอยทำ SEO ให้เพื่อไม่ให้คีย์เวิร์ดตกอันดับ ทั้งๆ ที่เราไม่ใช่คนที่ชอบทำอะไรพวกนี้เลย เรามีความเชื่อว่า Content is the King เพราะต่อให้เราไม่ทำ SEO แต่ถ้าเว็บที่ทำนั้นเนื้อหามีประโยชน์ คนก็จะเข้ามาอ่านเอง เหมือนเว็บที่ทำขึ้นมาเล่นๆ อย่าง ChinaMania

สุดท้ายเลยยกเลิกงานด้าน SEO ไป คอยดูแลเว็บไซต์อย่างเดียว เพื่อจะได้มีเวลามาทำสิ่งที่อยากจะทำจริงๆ เสียที

สิ่งที่จะทำต่อจากนี้

  • พยามดัน Product ของตัวเองออกมาให้เร็วที่สุด (จะเป็นอะไรขออุบไว้ก่อน)
  • ถ้าต้องรับงาน Freelance จะโฟกัสกับงานที่ทำมากขึ้น ไม่รับงานแบบจับฉ่ายแบบที่ผ่านมาอีกแล้ว
  • เลือกงานที่กำหนดเอาไว้ชัดเจนว่าแบบไหนถึงเรียกว่าทำงานเสร็จแล้ว
  • พยายามสร้างเงินจากโปรดักส์ของตนเอง ไม่ใช่ต้องไปรับงานโปรเจกต์คนอื่นเพื่อเอาเงินมาหมุน สุดท้ายเลยเสียเวลาไปกับเป้าหมายของคนอื่น แทนที่จะเป็นเป้าหมายของตนเอง
  • ไม่ยืมมือคนอื่นมาใช้เหมือนที่แล้วมา เพราะเฟลไปรอบหนึ่ง จะทำเฉพาะในสิ่งที่เราทำเองได้เท่านั้น
  • ไม่สร้างหนี้เพิ่มไปมากกว่านี้ จะไม่ปล่อยให้เงินเข้ามามีบทบาทกับชีวิตมากมายเหมือนตอนนี้

Goodbye 9 Dragon and Cambodia

เนื่องจากว่าใช้ชีวิตอยู่ที่กัมพูชาได้ 2 อาทิตย์แล้ว โดยพักอยู่ที่โรงแรม 9 Dragon Hotel & Restaurant  ในกรุงพนมเปญ และเนื่องจากวันนี้เป็นวันสุดท้ายแล้วที่จะพักอยู่ที่นี่เพราะถึงกำหนดที่ต้องกลับเมืองไทยแล้ว ก็เลยขอเขียนรีวิวที่นี่เก็บเอาไว้ที่บล็อกนี้ไว้ด้วยละกัน

9 Dragon Hotel & Restaurant More

สะพานข้ามแม่น้ำแคว เส้นทางรถไฟสายมรณะ

เนื่องจากว่าต้องเข้าไปถ่ายรูปงานตอกเสาเข็มที่ โรงแรมริเวอร์แคว วิลเลจ จ.กาญจนบุรี ขากลับก็เลยแวะเที่ยวที่สะพานข้ามแม่น้ำแคว (The Bridge of the River Kwai) อันเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์เพราะว่าสร้างในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยกองทัพญี่ปุ่น ดังนั้นสะพานแห่งนี้จึงเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางรถไฟสายมรณะด้วย

สะพานข้ามแม่น้ำแคว ตั้งอยู่ที่ ถนนแควใหญ่ ตำบลท่ามะขาม อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี

สะพานแควใหญ่ – River Kwai Bridge

More

โรงแรมริเวอร์แคว วิลเลจ (River Kwai Village Hotel) จังหวัดกาญจนบุรี

เนื่องจากว่ามีลูกค้าจ้างให้ทำเว็บไซต์พร้อมกับดูแลเนื้อหาทั้งหมอของเว็บไซต์ รอบนี้เป็นงานตอกเสาเข็มไมโครไพล์ที่ โรงแรมริเวอร์แคว วิลเลจ จังหวัดกาญจนบุรี และเนื่องจากยังไม่เคยไปเที่ยวที่กาญจนบุรี เลยถือโอกาสนั่งรถไปถ่ายรูปที่หน้างานซะเลย

ไหนๆ ก็ไปถึงที่แล้ว บล็อกนี้เลยขอเขียนเกี่ยวกับโรงแรมริเวอร์แคว วิลเลจ แห่งนี้ซะหน่อย เน้นรูปบรรยากาศเป็นหลัก

ปากทางเข้าโรงแรมริเวอร์แคว วิลเลจ

More

Hellfire Pass – ช่องเขาขาด สถานที่ประวัติศาสตร์สงครามโลกครั้งที่สอง

เนื่องจากว่าวันอาทิตย์ที่ผ่านมาได้ไปช่วยเพื่อนเช็คความคืบหน้างานตอกเสาเข็มที่โรงแรมริเวอร์แคววิลเลจ ที่ จ.กาญจนบุรี หลังจากเสร็จงานเลยมีโอกาสได้แวะเที่ยวที่ช่องเขาขาด เพราะว่าขับรถไปอีกไม่ไกลมากนักจากโรงแรม

“ช่องเขาขาด” หรือ “ช่องไฟนรก” เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางรถไฟสายไทย-พม่า (เส้นทางรถไฟสายมรณะ) มีหลายจุดที่มีเนินหิน ภูเขา หน้าผา หรือหุบเหว ขวางอยู่จึงต้องขุดให้เป็นช่องเพื่อที่รถไฟสามารถวิ่งผ่านไปได้ซึ่งที่ช่องเขาขาด หรือ ช่องไฟนรก เป็นจุดที่ใหญ่ที่สุดบนเส้นทางนี้ การขุดเจาะช่องเขาขาดเริ่มในเดือนเมษายน ปี พ.ศ. 2486 ปรากฏว่างานล่าช้ากว่ากำหนดจึงมีช่วงที่เร่งงานซึ่งแรงงานแต่ละกะต้องทำงานถึง 18 ชั่วโมงโดยงานส่วนใหญ่ล้วนใช้แรงคนทั้งสิ้น เช่นการสกัดภูเขาด้วยมือ ซึ่งเป็นการทำงานที่ทารุณยิ่ง เนื่องจากต้องปีนลงไปสกัดในช่องเขาซึ่งบางช่วงสูงถึง 11 เมตร จนแทบไม่มีอากาศหายใจทั้งยังต้องทำงานท่ามกลางอากาศร้อนอบอ้าวในช่วงเดือนมีนาคม ในภาวะขาดแคลนน้ำและอาหาร เมื่อเจ็บป่วยแพทย์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ก็ไม่เพียงพอต่อการพยาบาลต้องดูแลกันตามมีตามเกิด เชลยศึกและกรรมกรที่ช่องเขาขาดต้องทำงานตอนกลางคืนด้วยแสงไฟจากคบเพลิงและกองเพลิงทำให้สะท้อนเห็นเงาของเชลยศึกและผู้คุมวูบวาบบนผนังทำให้ที่นี่ได้รับการขนานนามว่า “ช่องไฟนรก” หรือ Hellfire Pass

ข้อมูลจาก Wikipedia

ช่องเขาขาด

ช่องเขาขาด พิพิธภัณฑ์สถานแห่งความทรงจำ

More

สวนยางพารากับสวนปาล์มน้ำมันของฉันที่จังหวัดน่าน 9 พ.ย. 2556

สืบเนื่องมาจากได้กลับไปบ้านที่ อ.เวียงสา มาเมื่อปลายปีที่แล้ว และได้แวะเข้าไปดูสวนยางพารากับสวนปาล์มน้ำมันที่ปลูกเอาไว้ที่น่าน แต่ว่ามัวแต่ยุ่งๆ สุดท้ายผ่านมาเกือบ 2 เดือน กว่าจะได้เขียนบล็อกสำหรับบันทึกความคืบหน้าการทำสวนยางพาราเอาวันนี้

สวนยางพาราอายุได้ 2 ปี

More

คิดอย่างไร ใหญ่อย่างอิสราเอล

เนื่องจากคอนโดอยู่ใกล้กับร้านหนังสือก็เลยมีโอกาศเข้าร้านหนังสือบ่อยมาก โดยปกติเวลาที่ไม่มีอะไรทำก็มักจะไปหาหนังสือออกใหม่มาอ่านอยู่แล้ว จนไปเจอหนังสือแปลเล่มหนึ่งที่ชื่อภาษาไทยว่า “คิดอย่างไร ใหญ่อย่างอิสราเอล” ช่วงหลังมานี้สนใจและคอยติดตามเรื่องราวของบริษัท Startup มาตลอด ก็เลยทำให้ไปสะดุดตากับชื่อภาษาอังกฤษที่ชื่อ Start-up Nation สุดท้ายก็ซื้อมาจนได้

คิดอย่างไร ใหญ่อย่างอิสราเอล

ช่วงนี้กระแสของบริษัท Startup สูงมาก แต่ละประเทศก็มีบริษัทหน้าใหม่เปิดตัวขึ้นมาเยอะ ไม่เว้นแม้แต่เมืองไทยที่เริ่มตื่นตัวกันบ้างแล้ว ถึงแม้จะตามหลังชาวบ้านเขาหลายปีก็ตาม

แต่ประเทศอิสราเอลซึ่งเป็นประเทศที่พึ่งเกิดใหม่มาหกสิบกว่าปี แถมยังต้องทำสงครามกับประเทศประเทศที่อยู่รอบด้านตลอดเวลา กลับมีอัตราการเกิดของบริษัท Startup ต่อจำนวนประชากรสูงที่สุดในโลก พวกเขาทำได้ยังไงกัน ขอสรุปใจความหลักๆ ไว้ที่บล็อกนี้ละกัน

  • พื้นที่ในประเทศส่วนใหญ่เป็นทะเลทราย ดินขาดความอุดมสมบูรณ์ แหล่งน้ำไม่เพียงพอสำหรับทำการเกษตร ก็เลยบีบให้พวกเขาต้องมาคิดค้นด้านเทคโนโลยีแทน
  • ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวยิวอพยพจากภัยสงคราม ทุกคนเริ่มต้นจากศูนย์ และต้องหาทางดิ้นรนเอาตัวรอดให้ได้ ความเป็นผู้ประกอบการณ์ของแต่ละคนเลยสูงมาก
  • เนื่องจากประเทศต้องทำสงครามอยู่ตลอดเวลาทำให้ทำให้ทุกคนต้องเข้ารับการเกณฑ์ทหาร และทุกคนคาดหวังว่าจะได้รับคัดเลือกเข้าหน่วยรบพิเศษ IDF ซึ่งเปรียบได้ว่าเป็นมหาวิทยาลัยที่อยู่ในระดับเดียวกับ Princeton, Harvard และ Yale เลยทีเดียว
  • คนที่ผ่านหลักสูตรของ IDF มาแล้ว เวลาออกสู่สงครามจริงจะกลายมาเป็นผู้บังคับบัญชาที่ต้องคอยรับผิดชอบภารกิจของกองทัพ ทำให้พวกเขามีประสบการณ์ที่สูงกว่าคนรุ่นเดียวกัน
  • เนื่องจากกองทัพจะเน้นคัดคนเก่งระดับหัวกะทิเข้าไปฝึกตามหน่วยต่างๆ และเมื่อปลดประจำการออกมาแล้ว ทำให้คนกลุ่มนี้รู้จักกัน และชักชวนกันออกมาตั้งธุรกิจของตนเอง
  • ไม่สามารถค้าขายกับประเทศรอบด้านได้ เพราะเป็นศัตรูกัน สุดท้ายเลยต้องไปค้าขายกับประเทศยักษ์ใหญ่อย่างอเมริกาแทน

อ่านเล่มนี้จบ ความคิดที่อยากจะเป็นผู้ประกอบการมันกลับมาอีกครั้ง สู้กันต่อไป :)

More

สรุปเรื่องราวของฉันที่เกิดขึ้นในปี 2556

สรุปเรื่องราวของฉันที่เกิดขึ้นในปี 2556

สรุปเรื่องราวของฉันที่เกิดขึ้นในปี 2556

จากที่เขียนเรื่องราวของปีก่อนเอาไว้แล้วกลับมาดูอีกครั้งพบว่าเป้าหมายยังคงเหมือนเดิม แม้สิ่งที่จะทำเปลี่ยนแปลงไปบ้างก็ตาม ปีนี้ถือว่าเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงของชีวิต ทั้งจัดการปัญหาเก่าๆ และเริ่มต้นสู่สิ่งใหม่ ถึงแม้มันยังไม่ชัดเจนมากนัก แต่ก็ดีที่ยังได้เริ่มทำอะไรให้กับชีวิตไปบ้าง

ปีนี้ทำอะไรไปบ้าง

  • ผ่อนรถหมดแล้ว โอนเป็นชื่อพ่อเพื่อเป็นของขวัญ ได้ทะเบียนมาก่อนวันพ่อแบบฉิวเฉียด
  • ผ่อนคอนโดเพื่อที่จะได้มีที่อยู่เป็นของตัวเอง พร้อมทั้งย้ายทะเบียนบ้านมาอยู่นนทบุรีเรียบร้อยแล้ว
  • ให้พ่อแม่เลิกทำไร่ข้าวโพดอันนี้ถือเป็นความสำเร็จอย่างหนึ่งนะ แต่ให้ดูแลสวนยางพารากับสวนปาล์มน้ำมันแทนเพราะจะได้ไม่ไม่เหนื่อยเหมือนกับทำไร่ แต่คนที่ทำไร่มาทั้งชีวิตดันอยู่บ้านเฉยๆ ไม่เป็น สุดท้ายก็ไปช่วยคนอื่นเขาทำไร่อยู่ดี
  • ตัดผมสั้นแล้วหลังจากที่ไม่ได้เข้าร้านตัดผมมา 2 ปี
  • เว็บไซต์ ChinaMania.in.th เริ่มเข้าสู่เส้นทางของมันแล้ว พร้อมกับแฟนเพจเกิน 6 พันคนไปแล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถที่จะทำให้ใหญ่ไปกว่านี้ได้ คงต้องรอปีหน้าค่อยลุยกันอีกรอบ
  • คอยติดตามข้อมูลการสร้างบริษัท Startup ในเมืองไทย เข้าไปฟังงานเขาครั้งหนึ่ง แถมยังได้คุยกับอาจารย์ที @Teepakorn ที่สอนเรื่อง Lean Startup ด้วย แต่เหมือนว่ามันตอนนี้ยังไม่สามารถจะไปทำแบบนั้นได้ ต้องใช้เวลาอีกสักระยะ
  • เริ่มเข้าสู่สายโปรแกรมเมอร์อีกครั้งด้วยการไปเรียน Software Testing ที่ #SPRINT3R ถึงแม้จะไม่ค่อยรู้เรื่องก็ตาม
  • ประกอบ PC ใช้เองอีกครั้งแล้วพบว่ามันใช้งานสะดวกกว่า MacBook Air ที่ใช้อยู่ซะอีก #บาปส์ไหมล่ะ
  • อ่านหนังสือ The Agile Samurai ฉบับแปลเถื่อนโดยเหล่าเซเลบทั้งหลายจนจบเล่ม ทำให้เริ่มรู้จักพวก Test-Driven Development (TDD), Unit Testing, Automated Testing, Version Control, Continuous Integration แต่ก็ยังไม่รู้จะเอาไปใช้ยังไงอยู่ดี 555
  • ได้ยินเรื่อง Agile จากการทีไปฟังงาน Meet-up ต่างๆ
  • เริ่มคุยโปรเจกต์กับคนจีนเพื่อที่จะนำสินค้าเกษตรของไทยไปสู่ตลาดจีน

สิ่งที่จะทำปีหน้า

  • เป็นฟรีแลนซ์ดูแลด้าน Online Marketing และทำเว็บไซต์ให้กับบริษัทด้านก่อสร้างแห่งหนึ่ง เริ่มงานต้นปี 2557
  • เป็นฟรีแลนซ์ดูแลเว็บไซต์ GPMAuto.co.th พร้อมดูแลด้าน Online Marketing ให้กับบริษัท GPM Auto Group อันนี้ยังต้องรอข้อมูลจากทางโรงงานอีกเยอะเลย
  • จะจริงจังกับการเรียนภาษาอังกฤษให้มากขึ้น
  • ศึกษาการเขียนแอปมือถือ เพราะตั้งจะทำมานานแล้ว สุดท้ายก็ยังไม่ได้ทำอะไร (-_-#)
  • จะออกกำลังกายและว่ายน้ำทุกสัปดาห์ เพราะเสียดายค่าส่วนกลางที่ต้องจ่ายไปทุกเดือนแต่แทบไม่ได้ไปใช้สระว่ายน้ำกับห้องฟิตเนสที่คอนโดเลย
  • กลับบ้านไปดูสวนยางพาราให้บ่อยขึ้น
  • โดยเฉลี่ยจะซื้อหนังสือสัปดาห์ละเล่ม แต่ดันใช้เวลาอ่าน 2 สัปดาห์ต่อเล่ม ทำให้มีหนังสือที่ต่อคิวให้อ่านเยอะมาก ปีใหม่นี้จะอ่านหนังสือที่ดองเอาไว้ให้จบทุกเล่ม

คอนโด

เนื่องจากว่าอาศัยหอพักมาตั้งแต่สมัยเรียนจนทำงานมาได้หลายปีแล้วก็ยังเช่าหอพักอยู่คิดไปแล้วก็เสียดายตังค์ค่าเช่าอยู่เหมือนกัน แถมอยู่หอพักก็ยังไม่สะดวกเรื่องการใช้งานอินเตอร์เน็ตด้วย ประกอบกับปีนี้ก็ผ่อนรถให้พ่อจนครบงวดสุดท้ายแล้วก็ตัดสินใจว่าอยากจะมีที่อยู่เป็นของตัวเองซักที แต่ด้วยสภาพเงินเดือนตอนนี้ยังไม่สามารถซื้อบ้านได้ ตัวเลือกสุดท้ายจึงเหลือแค่คอนโด

เงื่อนไขที่ตั้งไว้ตอนแรก

  1. ต้องเป็นจุดที่รถรับ-ส่งของบริษัทวิ่งผ่าน เพราะทำงานอยู่ที่อยุธยาเลยไม่สามารถเดินทางไปเองได้
  2. ราคาที่ไม่แพงมากนัก สามารถแบ่งเงินเดือนส่วนหนึ่งมาผ่อนแล้วยังสามารถใช้ชีวิตได้โดยที่ไม่ลำบากมากนัก
  3. มีการจัดการที่ดี อันนี้ต้องดูประวัติย้อนหลังของโครงการแต่ละที่ด้วย
  4. ใกล้ตลาดหรือแหล่งของกิน
  5. ต้องสามารถเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ได้สะดวก หรือในอนาคตมีรถไฟฟ้าผ่าน
  6. ใกล้แหล่งงาน เผื่อไว้ว่าซักวันหนึ่งจำเป็นต้องเปลี่ยนที่ทำงาน

เมื่อตั้งเงื่อนไขไว้แบบนี้ก็เริ่มออกสำรวจดูโดยมีปุ้ยไปช่วยตัดสินใจด้วย ไปทั้งย่านรังสิต ปทุมธานี มาจนถึงนนทบุรี ซึ่งใช้เวลาในการหาอยู่ประมาณ 2 อาทิตย์ แต่ก็ไม่มีที่ไหนถูกใจเลย

สุดท้ายด้วยความบังเอิญที่ผ่านมาทางปากเกร็ดแล้วมาเจอคอนโดใหม่ตั้งอยู่ตรงห้าแยกปากเกร็ดพอดีเลยแวะเข้ามาดู เป็นโครงการลุมพินี วิลล์ แจ้งวัฒนะ-ปากเกร็ด ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากตึก Software Park ที่เป็นแหล่งทำงานด้านไอทีมากนัก แถมยังสร้างเสร็จแล้วด้วย หลายห้องก็ทยอยเข้ามาอยู่ที่นี่แล้วด้วย พอเซลล์พาเข้ามาดูห้องที่ยังว่างอยู่เท่านั้นแหละพบว่าทุกอย่างลงตัวเข้ากับเงื่อนไขที่ตั้งเอาไว้ทุกข้อ เลยตัดสินใจจ่ายเงินจองทันที

ลุมพินี วิลล์ แจ้งวัฒนะ-ปากเกร็ด (ยืมรูปมาจากโครงการ)

More

เพชรพระอุมา ฉบับ E-Book

จากที่เคยแปลงไฟล์เพชรพระอุมามาอ่านบน Kindle เอาเองเนื่องจากไม่สะดวกที่จะพกหนังสือเป็นเล่มติดตัวไปด้วยเวลาเดินทาง ตอนนี้พบว่าร้านนายอินทร์ได้ทำเพชรพระอุมาฉบับ E-book ออกมาขายแล้ว และเวลาอ่านน่าจะต้องติดตั้งแอป NaiinPann ด้วย แต่เนื่องจากว่าไม่มี Tablet ใช้ และเขาไม่ได้ทำให้มันสามารถอ่านบน Kindle ได้ สุดท้ายก็ต้องอ่านบน PC อยู่ดี

หลังจากนี้หวังว่าคงมีหนังสือภาษาไทยที่ทำขายแบบ e-book มากขึ้นนะ

E-book เพชรพระอุมา